PST ติดตั้งระบบบ้านอัจฉริยะมาหลายต่อหลายโปรเจค และในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา คำถามที่ได้รับบ่อยที่สุดไม่ใช่ "จะเลือก Switch ยี่ห้อไหน" — แต่คือ "AI ใส่เข้าไปในบ้านอัจฉริยะได้จริงไหม และมันทำอะไรได้บ้าง?" บทความนี้เขียนขึ้นเพื่อตอบคำถามนั้นอย่างตรงไปตรงมา ไม่ใช่ Marketing Copy

คำตอบสั้นๆ คือ ใช่ ทำได้จริง และมันเปลี่ยนประสบการณ์การใช้บ้านไปอย่างสิ้นเชิง — แต่ต้องเลือกระบบให้ถูก เลือก AI ให้เหมาะ และตั้งค่าให้ถูกต้อง บทความนี้จะพาคุณเข้าใจทุกมิติ ตั้งแต่ว่า AI แต่ละค่ายในปี 2026 อยู่ที่ไหนแล้ว ไปจนถึง Use Case จริงที่ PST Deploy ให้ลูกค้าจริงๆ และค่าใช้จ่ายจริงที่จ่ายกัน

1
Foundation
AI คืออะไร — และมันเกี่ยวกับบ้านอัจฉริยะอย่างไร?

เมื่อพูดถึง "AI" ในบริบทของบ้านอัจฉริยะในปี 2026 เราไม่ได้พูดถึงหุ่นยนต์หรือ Sci-Fi แต่พูดถึง Large Language Model (LLM) — โมเดลภาษาขนาดใหญ่ที่ถูกฝึกมาจากข้อมูลมหาศาลจนสามารถเข้าใจภาษามนุษย์ได้ ตอบสนองได้ อนุมานได้ และสั่งงานสิ่งอื่นๆ ได้ผ่านคำพูดหรือข้อความ

LLM ทำอะไรได้ในบ้านอัจฉริยะ?

แทนที่คุณจะต้องเปิดแอปแล้วแตะเปิดไฟทีละดวง หรือตั้งค่า Automation เป็นเส้นๆ ด้วยตัวเอง — คุณสามารถ พูดหรือพิมพ์บอก AI ว่าอยากให้บ้านทำอะไร แล้ว AI จะแปลความหมาย เลือกอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง และสั่งงานให้เองแบบ Real-time

ตัวอย่างง่ายๆ: แทนที่จะเปิดแอปและแตะ 6 ขั้นตอน — คุณพูดแค่ว่า "บ้านมีแขกมาดูหนังด้วยกัน ช่วยเตรียมให้หน่อย" แล้ว AI จะหรี่ไฟห้องนั่งเล่น ลดอุณหภูมิแอร์ ปิดม่าน เปิด Ambient Light สีอุ่น และ Mute การแจ้งเตือนทุกอย่างให้โดยอัตโนมัติ — ในประโยคเดียว

นี่คือกรณีที่ง่ายที่สุด ในความเป็นจริง AI สามารถทำสิ่งที่ซับซ้อนกว่านั้นมาก ซึ่งเราจะพูดถึงใน Use Case ด้านล่าง แต่ก่อนอื่น ต้องทำความรู้จักกับ AI แต่ละค่ายก่อน เพราะไม่ใช่ทุกตัวที่เท่ากัน

2
AI Providers 2026 — Updated
สนามรบ AI ปี 2026 — แต่ละค่ายอยู่ที่ไหนแล้ว?

ในปี 2026 การแข่งขัน AI เร็วมากจนแทบตามไม่ทัน — ภายใน 12 เดือนที่ผ่านมา ทั้ง Google, OpenAI และ Anthropic ออก Model ใหม่เกือบทุกเดือน PST ติดตามและทดสอบทุก Release โดยเฉพาะในมุมมอง Smart Home ซึ่งมีความต้องการที่แตกต่างจาก Use Case ทั่วไปมาก

OpenAI — GPT-5 Series
GPT-5.4 · GPT-5.4 Thinking · GPT-5.4 mini
ณ เมษายน 2026 OpenAI อยู่ที่ GPT-5.4 (March 2026) — มี Context Window 1M Token ใหญ่ที่สุดในซีรีส์ GPT และยังรอ GPT-5.5 "Spud" ที่เสร็จ Pre-training แล้วและอยู่ระหว่าง Safety Evaluation
  • Function Calling เสถียรและ Predictable ที่สุด
  • ดีที่สุดสำหรับ Knowledge Work ที่ซับซ้อน (GDPval)
  • Realtime Voice API ที่ Natural ที่สุดในตลาด
  • Context Window 1M Token — จำบริบทยาวมาก
Google — Gemini 3 Series
Gemini 3 Pro · 3 Flash · 3.1 Pro · 3.1 Flash Lite
Google ก้าวกระโดดใหญ่ — Gemini 3 Flash กลายเป็น Default Model ในแอป Gemini แล้ว ส่วน 3.1 Flash Lite (March 2026) คือตัวที่ PST แนะนำสำหรับงาน Smart Home ทั่วไปในปี 2026 ด้วยความเร็วและราคาที่ดีที่สุด
  • ราคาถูกที่สุดในกลุ่ม Cloud AI ชั้นนำ
  • นำหน้าในด้าน Scientific Reasoning (GPQA Diamond)
  • Multimodal ครบ — ภาพ เสียง วิดีโอ ข้อความ
  • Apple ประกาศใช้ Gemini ใน Siri เวอร์ชันถัดไปแล้ว
Anthropic — Claude 4.6
Claude Opus 4.6 · Sonnet 4.6 · Haiku 4.5
ณ เมษายน 2026 Anthropic อยู่ที่ Claude Opus 4.6 และ Sonnet 4.6 (Feb 2026) — นำหน้าในด้าน Coding (SWE-bench) และ Long-horizon Agentic Tasks รองรับ 1M Token Context Window และมี Adaptive Thinking ที่คิดลึกขึ้นเมื่อต้องการ
  • เป็นอันดับ 1 ด้าน Coding และ Agentic Tasks
  • Adaptive Thinking — คิดลึกอัตโนมัติตามความซับซ้อน
  • ดีที่สุดสำหรับ Multi-step เช่น วิเคราะห์ CCTV Event
  • ใช้ผ่าน OpenRouter ได้เลย ไม่ต้องสมัคร API แยก
Local LLM — Ollama & Friends
Llama 3.3 · Mistral · Phi-4 · Qwen 2.5
รันบน Hardware ในบ้านเอง ไม่มีค่าใช้จ่าย API ไม่มีข้อมูลส่งออกไปนอก บ้าน — เหมาะสำหรับคนที่เน้นเรื่อง Privacy และมี Server ที่มี GPU ดีพอ
  • ฟรี 100% ไม่มีค่า API ตลอดชีพ
  • Privacy สูงสุด ข้อมูลไม่ออกจากบ้าน
  • ทำงานได้แม้ Internet ล่ม
  • ประสิทธิภาพต่ำกว่า Cloud AI ในงานซับซ้อน
  • ต้องการ Hardware ค่อนข้างดี (16GB+ VRAM)
บทความที่เกี่ยวข้อง

ยังไม่แน่ใจว่า
จะเลือก Ecosystem ไหน?

ก่อนจะมาถึงเรื่อง AI ต้องเลือก Ecosystem ให้ถูกก่อน — อ่านบทความที่อธิบายความแตกต่างระหว่าง Home Assistant, Google Home, Apple HomeKit และระบบอื่นๆ ได้เลย

3
Why It Matters
AI สำคัญขนาดไหนกับบ้านอัจฉริยะ?

มีคำถามที่ PST ได้ยินบ่อยมากว่า "ไม่มี AI บ้านอัจฉริยะก็ทำงานได้ดีอยู่แล้ว ทำไมต้องเพิ่ม?" — คำถามนี้สมเหตุสมผลมาก และคำตอบที่ตรงไปตรงมาคือ: บ้านอัจฉริยะที่ไม่มี AI ก็ยังฉลาดได้ แต่ขอบเขตของความฉลาดนั้นถูกจำกัดโดยสิ่งที่คุณตั้งค่าไว้ล่วงหน้า

Automation แบบดั้งเดิมทำงานได้ดีในสถานการณ์ที่คุณเคยคิดไว้ก่อน แต่ชีวิตจริงไม่ได้เดินตาม Script เสมอ — วันที่ตารางเปลี่ยน วันที่มีแขก วันที่คุณรู้สึกไม่ดี หรือวันที่ต้องการอะไรนอกเหนือจาก Routine ปกติ นั่นคือจุดที่ AI แสดงคุณค่า

⚙️ Smart Home ไม่มี AI
  • ทำงานตาม Rule ที่ตั้งไว้ล่วงหน้าเท่านั้น
  • เพิ่ม Use Case ใหม่ต้องตั้งค่าใหม่ทุกครั้ง
  • ไม่เข้าใจบริบทหรือความต้องการที่เปลี่ยนแปลง
  • Control ผ่าน Tap และ Voice Command ที่ตายตัว
🧠 Smart Home มี AI แนะนำ
  • เข้าใจคำสั่งธรรมชาติ ไม่ต้องพูดตามสคริปต์
  • ตอบสนองสถานการณ์ใหม่ได้โดยไม่ต้องตั้งค่าใหม่
  • อนุมานและคาดการณ์ความต้องการได้
  • สร้าง Automation ใหม่ได้จากการพูดบอก
ตัวอย่างจริง หน้า Chat Interface ของ Home Assistant ที่ AI ตอบคำถามและสั่งควบคุมอุปกรณ์ได้
AI Conversation Interface บน Home Assistant — พูดหรือพิมพ์บอกได้เลย ไม่ต้องท่อง Command
4
Honest Assessment
ข้อดีที่ชัดเจน และข้อเสียที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ

PST เชื่อใน Transparency — เราจึงบอกทั้งข้อดีและข้อเสียตรงๆ แทนที่จะพูดแต่เรื่องดี เพราะสุดท้ายแล้ว การตัดสินใจที่ดีต้องมาจากข้อมูลครบถ้วน

✅ ข้อดีที่พิสูจน์แล้วจากประสบการณ์จริง

🗣️
Natural Language Control — ไม่ต้องท่อง Command สมาชิกในบ้านทุกคน รวมถึงผู้สูงอายุหรือเด็ก สามารถสั่งงานบ้านได้โดยไม่ต้องเรียนรู้คำสั่งเฉพาะ แค่พูดตามธรรมชาติ
สร้าง Automation ใหม่ได้จากการสนทนา แทนที่จะเปิด YAML Editor และเขียน Script ด้วยตัวเอง — บอก AI ว่าอยากได้ Automation แบบไหน มันจะสร้างและ Deploy ให้เลย
🧩
เชื่อมบริบทหลายอย่างเข้าด้วยกัน AI สามารถนำข้อมูลหลายแหล่งมาประกอบกัน เช่น สภาพอากาศ + Calendar + สถานะอุปกรณ์ + ประวัติ แล้วตัดสินใจ Automation ที่เหมาะสมที่สุด
📈
ระบบวิเคราะห์และแนะนำการปรับปรุงได้ ถาม AI ว่า "เดือนนี้ใช้ไฟมากกว่าปกติทำไม?" หรือ "Automation ไหนที่ไม่ค่อยมีใครใช้?" แล้วได้คำตอบที่วิเคราะห์จากข้อมูลจริงในบ้าน

⚠️ ข้อเสียที่ต้องยอมรับ

🌐
Cloud AI ต้องพึ่ง Internet เสมอ ถ้า Internet ล่ม AI จาก Cloud จะใช้งานไม่ได้ชั่วคราว แม้ว่า Automation ที่ตั้งค่าปกติจะยังทำงานได้ก็ตาม Local LLM แก้ปัญหานี้ได้แต่ต้องการ Hardware
⏱️
AI ตอบสนองช้ากว่า Automation ตรง Automation ที่ตั้งค่าตรงๆ จะ Trigger ได้ภายใน Milliseconds แต่ AI ต้องใช้เวลาประมวลผล 1–3 วินาที ซึ่งสำหรับบางสถานการณ์อาจรู้สึกช้าได้
🔒
ข้อมูลบ้านส่งไป Cloud (สำหรับ Cloud AI) เมื่อใช้ Cloud AI ข้อมูล State อุปกรณ์และ Prompt จะถูกส่งไปยัง Server ภายนอก ผู้ที่ Privacy-sensitive ควรพิจารณา Local LLM หรือออกแบบ Prompt อย่างระมัดระวัง
🔧
การเซ็ตอัพครั้งแรกอาจยุ่งยาก การเชื่อมต่อ AI เข้ากับ Home Assistant ต้องผ่านการตั้งค่า API Key, Integration, System Prompt และ Permission อย่างถูกต้อง — ซึ่งต้องใช้ความรู้เฉพาะทาง PST จัดการทั้งหมดนี้ให้ได้
สรุปให้ตรงๆ: ข้อเสียส่วนใหญ่เป็นเรื่องที่แก้ได้หรือยอมรับได้ในบริบทของ Use Case ทั่วไป และประโยชน์ที่ได้รับเกินกว่าความไม่สะดวกเหล่านั้นในระยะยาว — โดยเฉพาะเมื่อมีทีมที่เชี่ยวชาญจัดการให้
5
Universal Use Cases
Use Case ที่ทำได้บนทุกระบบเมื่อมี AI

ไม่ว่าคุณจะใช้ Home Assistant, Google Home, Apple HomeKit หรือแม้แต่ Amazon Alexa — เมื่อ AI เข้ามาเกี่ยวข้อง มี Use Case พื้นฐานที่ทุกระบบสามารถทำได้ในระดับหนึ่ง

🎙️
Natural Language Device Control ทุกระบบ
พูดว่า "ไฟในห้องนอนสว่างเกินไป" แทนที่จะต้องบอกเปอร์เซ็นต์ที่ชัดเจน — AI แปลและปรับให้ตามบริบทที่เหมาะสม
📅
Scene Control จาก Context ทุกระบบ
"ตั้งบ้านให้โรแมนติกหน่อย" หรือ "เตรียมสำหรับการประชุม Zoom" — AI เลือก Scene ที่เหมาะสมและ Activate ทันที
Home Status Q&A ทุกระบบ
"วันนี้ไฟห้องไหนเปิดอยู่บ้าง?" หรือ "แอร์ที่บ้านตอนนี้เป็นยังไง?" — AI รายงานสถานะรวมได้ทันที
🌤️
Weather-Aware Suggestions ทุกระบบ
AI รู้ว่าวันนี้ฝนจะตก จึงแนะนำให้ปิดหน้าต่างอัตโนมัติก่อนฝนมา หรือปรับแอร์ให้เหมาะกับความชื้นข้างนอก
🔔
Smart Reminders ที่เข้าใจบริบท ทุกระบบ
"เตือนฉันเรื่องซักผ้าเมื่อฉันกลับถึงบ้าน" — AI เชื่อมกับ Presence Detection แล้วส่ง Notification ในเวลาที่เหมาะสมจริงๆ
อ่านเพิ่มเติม

อยากรู้เรื่อง
Protocol และ Zigbee?

AI ทำงานร่วมกับ Protocol ที่คุณเลือก — ยิ่งรู้เรื่อง Protocol มาก AI ยิ่งทำงานได้ครอบคลุมกว่า อ่านคู่มือ Protocol ของ PST ได้ที่นี่

6
Home Assistant Exclusive
สิ่งที่ทำได้เฉพาะบน Home Assistant เมื่อมี AI

นี่คือส่วนที่ทำให้ Home Assistant แตกต่างจากทุกระบบอย่างมีนัยสำคัญ — ระบบปิดอย่าง Google Home หรือ Apple HomeKit มี AI ของตัวเอง แต่ ถูกจำกัดโดยสิ่งที่บริษัทอนุญาตให้ทำ Home Assistant ไม่มีข้อจำกัดนั้น

🔓
Home Assistant อนุญาตให้ AI เข้าถึง State ของทุกอุปกรณ์ในบ้าน อ่าน-เขียนได้ทั้งหมด และสามารถสร้าง Automation ใหม่ได้จาก Conversation ระบบปิดทำสิ่งนี้ไม่ได้
🏗️
สร้างและแก้ไข Automation ด้วยการสนทนา HA Only
พูดว่า "ถ้าฝนจะตกภายใน 2 ชั่วโมง ให้ส่ง Notification ไปบอกฉัน" — AI สร้าง Automation ใน Home Assistant ให้เสร็จสรรพโดยคุณไม่ต้องเปิด Editor แม้แต่ครั้งเดียว
🔍
Debug และ Troubleshoot ระบบด้วย AI HA Only
"ทำไม Automation ไฟห้องนอนถึงไม่ทำงานเมื่อคืน?" — AI ดู Log, ตรวจ State History และอธิบายสาเหตุได้เลย พร้อมแนะนำวิธีแก้ไข
📊
Energy Analysis เชิงลึกจาก Home Data จริง HA Only
"เดือนนี้ค่าไฟสูงกว่าเดือนก่อน 23% เพราะอะไร?" — AI ดูข้อมูล Energy Monitoring จริงในบ้านแล้วบอกได้ว่าอุปกรณ์ตัวไหนที่ผิดปกติ
👁️
CCTV AI Analysis — Frigate + LLM HA Only
เมื่อกล้อง Frigate ตรวจจับคนหรือวัตถุ AI อธิบายได้ว่าเห็นอะไร ในบริเวณไหน มีพฤติกรรมน่าสงสัยไหม และ Trigger Automation ที่เหมาะสมได้ตามบริบทนั้นๆ
🧠
Multi-Step Reasoning Automation HA Only
AI สามารถ Reason ข้ามหลาย Sensor และ Context พร้อมกัน เช่น: "ถ้า Presence Sensor บอกว่าไม่มีคนอยู่แล้ว แต่ประตูยังไม่ล็อคและแอร์ยังเปิดอยู่ ให้ส่ง Notification ถามก่อนว่าออกจากบ้านแล้วหรือยัง ถ้าไม่ตอบภายใน 5 นาที ให้ปิดอัตโนมัติ"
🎙️
Voice Assistant ที่ฉลาดกว่า Built-in ของทุกระบบ HA Only
Home Assistant ใช้ Wyoming Protocol + Local Whisper STT + LLM ทำให้สร้าง Voice Assistant ที่รู้จักบริบทบ้านของคุณโดยเฉพาะ ไม่ใช่คำตอบ Generic แบบ "OK Google" ทั่วไป
ทำไมระบบปิดทำสิ่งเหล่านี้ไม่ได้? Google และ Apple จำกัดสิ่งที่ AI สามารถเข้าถึงได้ในระบบของตัวเอง — เพื่อความปลอดภัยและ Business Model ของพวกเขา Home Assistant เป็น Open Platform ที่ให้ AI มีสิทธิ์เต็มในการอ่าน-เขียนข้อมูลทุกอย่างในบ้านภายใต้การควบคุมของเจ้าของบ้านเองอย่างสมบูรณ์
7
Cost Reality
ค่าใช้จ่าย AI ที่แท้จริง — PST วัดมาจากลูกค้าจริง

ทุกครั้งที่ PST เสนอระบบ AI ให้ลูกค้า คำถามแรกที่ได้รับมักจะเป็น "แพงไหม?" คำตอบที่ตรงไปตรงมาที่สุดคือ: ถูกกว่าที่คิดมาก — ตัวเลขด้านล่างมาจากการ Monitor การใช้งานจริงของลูกค้า PST ไม่ใช่ตัวเลขทางทฤษฎีที่คำนวณจากเอกสาร

FREE TIER
Local LLM
฿0 / ตลอดชีพ
ไม่มีค่าใช้จ่าย API เลย
ใช้ Ollama รัน Llama 3.3, Phi-4 หรือ Qwen 2.5 บน Hardware ในบ้าน เหมาะสำหรับผู้ที่มี Server หรือ PC ที่มี GPU ดีพอ และให้ความสำคัญกับ Privacy สูงสุด
ข้อจำกัด: ต้องการ GPU 16GB+ VRAM, ประสิทธิภาพต่ำกว่า Cloud AI ในงานซับซ้อน และ Setup ยากกว่า
PREMIUM TIER
Claude Opus 4.6 / GPT-5.4
$15–60 / เดือน
ขึ้นอยู่กับปริมาณการใช้งาน
ใช้ Claude Opus 4.6 หรือ GPT-5.4 โดยตรง — ประสิทธิภาพสูงสุด เหมาะกับ Use Case ที่ซับซ้อน เช่น CCTV Event Analysis, Multi-camera Summary หรือ Agentic Tasks ที่ต้องทำงานหลายขั้นตอน
PST ใช้ Claude Opus 4.6 ในโปรเจคระดับ Premium ที่ต้องการ CCTV AI Analysis ครอบคลุม 20+ กล้อง — คุ้มค่ามากเมื่อเทียบกับประโยชน์

เปรียบเทียบตัวเลือกโดยละเอียด

เกณฑ์ Local LLM OpenRouter + Gemini 3.1 Flash Lite Claude Opus 4.6 / GPT-5.4
ค่าใช้จ่าย ฟรี ~$10/2-3 เดือน $10-50/เดือน
ความเป็นส่วนตัว สูงสุด กลาง กลาง
ประสิทธิภาพ พอใช้ ดีมาก ดีที่สุด
ใช้งานได้เมื่อ Net ล่ม
ความยากในการตั้งค่า สูง กลาง กลาง
เหมาะกับ Use Case ซับซ้อน จำกัด ที่สุด
💡 PST จัดการ Setup ทั้งหมดนี้ให้: การเชื่อมต่อ AI เข้ากับ Home Assistant ต้องผ่านการตั้งค่าที่ถูกต้องหลายขั้นตอน ตั้งแต่ API Key, OpenRouter Integration, System Prompt ที่ออกแบบมาให้รู้จักบ้านคุณโดยเฉพาะ ไปจนถึง Permission Scope ที่เหมาะสม — กระบวนการเหล่านี้ใช้เวลาหลายวันถ้าทำเอง แต่ PST ทำให้เสร็จใน 1 วัน พร้อม Fine-tune System Prompt ให้รู้จักทุกอุปกรณ์และ Routine ในบ้านของคุณ
8
The Home Assistant Advantage
สิ่งที่ทำให้ Home Assistant Standout ในโลก AI

หากจะสรุปในหนึ่งประโยค: Home Assistant คือระบบบ้านอัจฉริยะเดียวที่ให้คุณเลือก AI ได้เอง ไม่ถูกบังคับให้ใช้ AI ของบริษัท และ AI นั้นมีสิทธิ์เข้าถึงบ้านของคุณได้เต็มที่ — ในขณะที่ Google Home ถูก Lock ไว้กับ Gemini ของ Google และ Apple HomeKit ถูก Lock ไว้กับ Apple Intelligence Home Assistant ให้คุณเลือก Model ที่ดีที่สุดในตลาดตอนนั้นๆ และเปลี่ยนได้ตลอดเวลา

🔓
Model-Agnostic — เปลี่ยน AI ได้ทุกเมื่อ วันนี้ใช้ Gemini พรุ่งนี้เปลี่ยนเป็น Claude ถ้า Anthropic ออก Model ใหม่ที่ดีกว่า — ไม่ติด Lock-in ไม่ต้องรอบริษัทอัปเดต
🏡
Full Home Context — AI รู้จักทุกอุปกรณ์ในบ้าน เมื่อ AI รู้ว่าบ้านของคุณมีอุปกรณ์อะไรบ้าง อยู่ที่ไหน และ State ปัจจุบันคืออะไร — มันสามารถตัดสินใจและ Automate ได้อย่างแม่นยำที่ AI แบบ General-purpose ทำไม่ได้
🔧
AI สร้างและแก้ Automation ได้โดยตรง ไม่ใช่แค่ "สั่งงาน" แต่ AI สามารถ Write, Deploy และ Test Automation ใหม่ใน Home Assistant ได้จริงผ่านการสนทนาปกติ — สิ่งที่ไม่มีระบบอื่นทำได้
📡
Local + Cloud Hybrid — ได้ทั้งสองโลก Home Assistant สามารถใช้ Local LLM สำหรับคำสั่งเร่งด่วนที่ต้องการ Response เร็ว และเรียก Cloud AI เฉพาะงานที่ซับซ้อน ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายในขณะที่ยังได้ประสิทธิภาพสูงสุดเมื่อต้องการ
🌱
Community + Updates ที่ไม่รอบริษัท เมื่อ OpenAI ออก API ใหม่ ชุมชน Home Assistant รองรับภายในวัน-สัปดาห์ — เร็วกว่าการที่บริษัทใหญ่จะ Integrate เข้าระบบปิดของตัวเองมาก
PST + Home Assistant + AI ระบบ Home Assistant + AI ที่ PST ติดตั้งในโปรเจคจริง แสดง AI Chat Interface บน HomeDash
ระบบที่ PST ติดตั้งให้ลูกค้า — Home Assistant + AI ที่ตั้งค่ามาเพื่อบ้านนั้นโดยเฉพาะ ไม่ใช่ระบบสำเร็จรูป
บทความที่เกี่ยวข้อง

อยากเตรียมบ้านให้พร้อม
สำหรับ AI?

ก่อนจะติดตั้ง AI ต้องมีพื้นฐานที่ถูกต้องก่อน — ขนาดสวิตช์ สาย Neutral CCTV และ Presence Sensor คือสิ่งที่ช่วยให้ AI ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ อ่านคู่มือเตรียมความพร้อมได้เลย

AI + บ้านอัจฉริยะ กับ PST

AI ในบ้านคุณ
ไม่ควรเป็นเรื่องยุ่งยาก

PST ออกแบบระบบ Home Assistant + AI ที่เหมาะกับบ้านของคุณโดยเฉพาะ ตั้งแต่เลือก AI Model ที่เหมาะสม ตั้งค่า System Prompt ให้รู้จักบ้านคุณ ไปจนถึง Deploy Use Case จริงที่คุณใช้งานได้ทันที

เลือก AI Model ที่เหมาะกับ Budget
System Prompt ออกแบบมาเพื่อบ้านคุณ
Use Case AI ที่ใช้ได้จริงตั้งแต่วันแรก
Integration กับ CCTV Frigate
รับประกัน 1 ปีหลังติดตั้ง
Consult ฟรี ไม่มีข้อผูกมัด
นัด Consult ฟรีกับ PST →

ตอบกลับภายใน 24 ชั่วโมง · ไม่มีข้อผูกมัด · บริการทั่วกรุงเทพและปริมณฑล